วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2551

การจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : เวียงกุมกามและบ้านถวาย

สวัสดีค่ะ ชาวคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ทุกท่าน ตามที่ได้นำเสนอไปในคราวที่แล้วเกี่ยวกับการจัดฝึกอบรมและสัมมนาเชิงปฏิบัติการ : เรื่องการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 27-29 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งตอนนี้คณะทำงานของเราก็ได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมเสร็จเรียบร้อยด้วยดีไปแล้ว
ในตอนนี้เราก็จะขอนำเรื่องราวที่พอจะเก็บเล็กผสมน้อยจากการฝึกอบรมดังกล่าวได้ มาเผยแพร่แก่ชาวคณะฯ เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้ร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการศึกษาดูงาน ซึ่งเป็นกิจกรรมใหม่ในการจัดฝึกอบรมของ ศบมท. ของเรา

เริ่มจากการนัดหมายในวันสุดท้ายของการฝึกอบรม คือวันที่ 29 ก.พ. 2551 มีเหตุขลุกขลักเล็กน้อยในการลงทะเบียนก่อนขึ้นรถบัส เนื่องจากผู้เข้าอบรมหลายท่านไม่ทราบว่าจะต้องมาลงทะเบียนที่ลานจอดรถด้านหน้าโรงแรม เลยมีบางส่วนที่ยังนั่งรอที่บริเวณลอบบี้ของโรงแรม จนใกล้เวลาเดินทาง ทางเราก็ได้ไปขอให้โรงแรมประกาศเสียงตามสายให้ จึงเริ่มมีคนทยอยเดินออกมาจากโรงแรม ในส่วนนี้ก็ถือเป็นการเรียนรู้ของผู้จัดฝึกอบรมว่า ในการจัดอบรมนั้น การประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงและชัดเจนนั้นเป็นสิ่งจำเป็น อาจจัดทำเป็นป้ายประกาศที่เห็นได้ชัดเจน หรือประกาศซ้ำๆในห้องบรรยายก็ได้ อย่างไรก็ตามเท่าที่เคยสังเกตมาจากการจัดฝึกอบรมหลายครั้ง คือ ผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่มักจะตั้งใจรับฟังการประกาศประชาสัมพันธ์กำหนดการ การเปลี่ยนแปลง หรือการนัดหมายต่างๆ ในวันแรกของการฝึกอบรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเปิดการฝึกอบรมมากกว่าช่วงเวลาอื่น ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ทางผู้จัดการฝึกอบรมก็ควรจะต้องจัดทำกำหนดการ การนัดหมายต่างๆที่แน่นอนและชัดเจนก่อนการฝึกอบรม และประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าอบรมทราบในวันแรกของการอบรมจะได้ผลดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่ก็มีความกระตือรือร้นและสนใจเกี่ยวกับศึกษาดูงานครั้งนี้พอสมควร เราออกเดินทางจากโรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท เวลาประมาณ 08.45 น. โดยรถบัสของบริษัท จงเจริญทัวร์ จำนวน 2 คัน ซึ่งมารอพวกเราตั้งแต่เช้าตรู่
เดินทางถึงศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกาม ในเขตพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เวลาประมาณ 09.15 น. โดยได้รับแจ้งจากปลัดอบต. คือ พี่ลักขณา ฤาชา ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของคณะเราเอง ว่า เนื่องจากห้องประชุมของ อบต.ท่าวังตาลกำลังปรับปรุงอยู่ จึงขอมารับรองคณะดูงานของเราที่ศูนย์ข้อมูลนี้แทน ซึ่งก็ตั้งอยู่ติดกันกับที่ว่าการ อบต. ท่าวังตาลนั่นเอง

นอกจากจะมีปลัดอบต.มาให้การต้อนรับแล้ว เรายังได้รับเกียรติจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าวังตาล คือ นายอานันท์ สิงห์ตาแก้ว มาบรรยายเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการอบต.ท่าวังตาล โดยเฉพาะในส่วนของ เวียงกุมกามอีกด้วย ในบรรยากาศที่เป็นกันเองมาก

จากการบรรยายของท่านนายก อบต. ทำให้เราทราบว่า ตอนนี้ เวียงกุมกามยังอยู่ในกำกับดูแลของ อำเภอสารภีอยู่ ซึ่งอีกไม่นาน อำเภอก็จะถ่ายโอนอำนาจหน้าที่การบริหารจัดการมาให้อบต.ท่าวังตาล ต่อไป ทั้งนี้ ปัญหาในการบริหารจัดการจึงย่อมมีอยู่ เพราะในส่วนของโบราณสถานนั้นอยู่ในการกำกับดูแลของ กรมศิลปากร ทั้งที่เป็นพื้นที่ในความดูแลของอบต. จึงจำเป็นต้องมีการประสานข้อมูลระหว่าง 3 หน่วยงานกันตลอดเวลา เพื่อประโยชน์ในการดำเนินโครงการพัฒนาต่างๆ โดยไม่กระทบต่อโบราณสถาน
และในบางกรณี ก็อาจทำให้ประสบปัญหาในการดำเนินงาน เช่น ปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างห้องน้ำสำหรับนักท่องเที่ยวในบริเวณเวียงกุมกาม เพราะ อบต.ไม่มีอำนาจตัดสินใจดำเนินการ จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากกรมศิลปากรก่อน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ของอบต.ท่าวังตาล ประสบความสำเร็จ นั่นคือ การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยมีเครื่องมือสร้างสรรค์การมีส่วนร่วม คือ การประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะเสียงตามสาย ในหมู่บ้าน ซึ่งนายก อบต.บอกพวกเราว่า การบอกเล่าแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ถึงความเคลื่อนไหวของ อบต. ตลอดจนความคืบหน้าดำเนินงานเรื่องต่างๆ นั้น สามารถช่วยจูงใจให้ประชาชนสนใจในกิจการงานของ อบต.มากขึ้น เมื่อประชาชนรับรู้การดำเนินงานของอบต.มากขึ้น ก็สามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือเสนอความต้องการต่างๆได้มากขึ้นเช่นกัน
เสร็จจากส่วนของการบรรยาย ทางอบต. ท่าวังตาล ก็ยังได้กรุณามอบของที่ระลึกให้แก่คณะดูงานของเราอีกด้วย เป็นรูปภาพสถานที่ต่างๆใน อบต. ท่าวังตาล (ดูของจริงได้ที่ห้องประชุม ชั้น 4)
หลังจากนั้น พวกเราก็ขึ้นรถรางจากหน้าศูนย์ข้อมูล มุ่งสู่เวียงกุมกาม นครใต้พิภพกัน (รายละเอียดของเวียงกุมกาม กรุณา อ่านได้ที่นี่) โดยรถรางแต่ละคันจะมีมัคคุเทศก์อาสาประจำรถ ซึ่งก็เป็นคนในพื้นที่นั่นเอง บรรยายอย่างสนุกสนานเป็นกันเองตลอดเส้นทาง และรับค่าตอบแทนแล้วแต่น้ำใจของนักท่องเที่ยว
จากจำนวนวัด 9 วัดเท่าที่ขุดค้นพบได้ในปัจจุบัน รถรางจะจอดให้เราลงไปไหว้พระ 3 ที่ คือ วัดช้างค้ำ วัดพระธาตุขาว และวัดเจดีย์เหลี่ยม ซึ่งแต่ละวัดมีความสวยงามและน่าทึ่งแตกต่างกันไป แต่ต้องขออภัยเพราะจำได้ไม่หมด มีแต่ภาพมาฝาก

พวกเราใช้เวลาชมเวียงกุมกามประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เดินทางกลับมารับประทานอาหารกลางวันที่ อบต. ท่าวังตาล เสร็จแล้วก็ล่ำลาเจ้าของบ้าน ออกเดินทางต่อไปยังบ้านถวาย
พวกเราเดินทางถึงบ้านถวาย เวลาประมาณ 13.30 น. ที่นี่เราก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดียิ่งอีกครั้งจากผู้ดูแลศูนย์ข้อมูล คือ คุณประพันธ์ ซึ่งได้กรุณาโทรมาสอบถามและบอกเส้นทางพวกเราตั้งแต่ยังไม่ออกเดินทาง และยังรับเป็นผู้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติบ้านถวายและการดำเนินงานต่างๆ
จุดสำคัญที่ทำให้บ้านถวายเติบโตและเป็นที่รู้จักทั่วประเทศและทั่วโลก ก็คือการส่งเสริมจากภาครัฐ ภายใต้แนวคิดหมู่บ้านโอทอป เพื่อให้เกิดการรวมตัวของช่างฝีมือ ผู้ผลิตและผู้ค้าผลิตภัณฑ์โอทอปจากแหล่งต่างๆมาไว้ที่เดียวกัน นอกจากนั้น ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนพื้นที่ เช่นกันกับ อบต.ท่าวังตาล ซึ่งคุณประพันธ์บอกเราว่า ร้านค้ากว่า 200 ร้านในพื้นที่บ้านถวายส่วนใหญ่คือบ้านเรือนประชาชนเดิม ซึ่งยินดีเปิดบ้านเป็นหน้าร้าน โดยการประชาสัมพันธ์อย่างเข้มแข็งเพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์ออกสู่โลกภายนอก ประกอบกับการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีคณะกรรมการบริหารกลุ่มหัตถกรรมบ้านถวาย ทำให้บ้านถวายเป็นชุมชนหัตถกรรมที่โดดเด่นชุมชนหนึ่งของประเทศไทย
หลังจากนั้น เราก็ปล่อยให้คณะดูงานได้เดินดูบ้านถวายโดยรอบประมาณ 45 นาที ก่อนออกเดินทางกลับยังโรงแรมกรีนเลครีสอร์ท ในเวลาประมาณ 15.00 น.

จากการประเมินตนเองของคณะทำงาน ก็ถือว่าในส่วนของการศึกษาดูงานนั้นค่อนข้างเป็นไปตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ และแม้ว่าในส่วนของการบรรยายอาจไม่เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ แต่การได้มาดูได้มาเห็นสถานที่จริง ก็ย่อมทำให้เกิดการจุดประกายความคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี เช่น การบริหารจัดการสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น การบริหารจัดการชุมชนร้านค้าในท้องถิ่น เป็นต้น (แบบที่ พอเห็นแล้วก็ร้อง อ๋อ อยู่ในใจว่า เขาทำยังงี้ๆนี่เอง) และก็หวังว่าคงทำให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความคิดใหม่ๆในการนำกลับไปใช้วางแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเองต่อไป

สำหรับคณะทำงานฝึกอบรมครั้งนี้ก็เป็นประสบการณ์การทำงานด้านบริการวิชาการอีกด้าน ที่จะทำให้เกิดการพัฒนาการทำงาน และการเรียนการสอนของแต่ละท่านต่อไปเช่นกัน และคงได้มีประสบการณ์การทำงานอื่นๆมาเล่าสู่กันฟังอีกในโอกาสหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น: